ไม่ต้องช้ำชอก ย่ำบางกอกไม่มีเบื่อ : 12 ที่คัดสรรของคนเมืองหลวง

Untitled-1
ประกาศย้ายบ้าน หลังใหม่ไฉไลกว่า www.alifeatraveller.com
อ่านบทความนี้ที่บ้านใหม่ คลิกเลย > http://wp.me/p7ca93-7y

“อย่าไปเลยบางกอกจะบอกให้ พี่เคยไปมาแล้วน้องแก้วเอ๋ย จะบอกเจ้าเอาบุญคนคุ้นเคย อย่าไปเลยบางกอกช้ำชอกใจ” เสียงเพลงสวัสดีบางกอกแว่วเข้าหูไม่ว่าฉบับไหนเวอร์ชั่นใครร้อง ผมต้องขมวดคิ้วสงสัยว่าคนบางกอกเลวร้ายอย่างนั้นเชียว เมืองบางกอกไม่น่าอยู่ขนาดนั้นเชียว แม้จะมีความรู้สึกอยู่บ้างว่าหากเป็นไปได้ก็อยากอำลาเมืองกรุงยุ่งเหยิงไปใช้ชีวิตต่างจังหวัด ทว่าด้วยเป็นบางกอกเกี้ยนทั้งตัวเลยจำต้องดำรงอยู่ในเมืองหลวงแบบตัดเสียมิได้

เอาน่า ดีหรือไม่ดีอย่างไร และถึงมันไม่ใช่เมืองที่มีเทพเป็นผู้สร้างเหมือนคำขวัญแสนสวยหรู บางกอกก็คือบ้านของผม หากมองภาพแย่ๆ ภายในบ้านตัวเองคงกระไรอยู่

ผมมีบางสถานที่ในเมืองหลวงที่สามารถไปได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเหมือนที่ช่วยให้ผมผ่อนคลายจากสังคมแออัดลงบ้าง เป็นลิสต์คัดเน้นๆ เอาแค่หนึ่งโหลพอดี เพราะหากเอาที่ไปบ่อยทั้งหมดจริงมีหวังยาวเกิน ใครอยากลองไปด้วยกันเชิญเลย


สวนหลวง ร.9 : มหึมากว้างขวาง ตามข้อมูลบอกว่าพื้นที่ตั้งกว่าห้าร้อยไร่ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่สุดของกรุงเทพ ทว่าถึงจะกว้างขนาดนั้นผมแทบหลับตาเดินแล้วไม่หลงแล้วกัน! ที่นี่มีมุมมองเก๋ๆ สำหรับถ่ายภาพแลนด์สเคปตั้งแต่เช้าตรู่จนเก็บแสงเย็น ใครอยากพกนางแบบไปฝึกฝีมือพอร์ตเทรตก็เข้าท่า ไม่งั้นไปถ่ายนก ถ่ายดอกไม้ ได้หมดแหละ หรือหากไม่ตั้งใจไปถ่ายรูปผมมักพกหนังสือสักเล่มหาที่นั่งอ่านนอนอ่านจนจบ ทุกเดือนธันวาคมเขามีงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวงยิ่งใหญ่เชียว

สวนหลวง ร (2)สวนหลวง ร (3) สวนหลวง ร (1)


เขาดิน : เพราะไม่มีอิสระ กี่ปีผ่านไปก็ยังอยู่ในกรง ดังนั้นไปเยือนกี่ทีกี่หนพวกมันจึงยังอยู่ให้ถ่ายภาพจนกว่าตายกันไปข้าง (ฮา…) และด้วยการเดินทางค่อนข้างง่ายผมเลยมักแวะเวียนไปสม่ำเสมอ เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาเป็นสวนสัตว์น่าเที่ยว มีสกายวอล์คมุมสูง รถรางพาชมสวน จักรยานให้เช่า ปั่นจักรยานน้ำ โซนโชว์แมวน้ำ สัตว์น้ำขนาดย่อม โดยส่วนตัวผมเดินเล่นได้เป็นวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น วนไปวนมารอหาจังหวะใหม่ๆ จนเหล่าลิง ค่าง กวาง ชะนี น่าจะจำหน้าได้หมดแล้ว!

เขาดิน (3) เขาดิน (2) เขาดิน (1)


ท้องฟ้าจำลอง : ย้อนความจำสมัยยังตัวกระเปี๊ยกท้องฟ้าจำลองหรือชื่อเต็มคือศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาช่างอลังการ ปัจจุบันมองเข้าไปกลับรู้สึกหดหู่ กระนั้นก็ยังเป็นสถานที่ดีมากให้ไปเดินเล่นเวลาสมองตีบตันเพราะค่าตั๋วถูกแสนถูก นอกจากห้องฉายท้องฟ้าจำลองยังมีนิทรรศการต่างๆ ดาราศาสตร์ ธรณีวิทยา นิเวศวิทยา โลกใต้น้ำ แมลง นก ไดโนเสาร์ หุ่นยนต์ เครื่องยนต์กลไก ปิโตรเคมี ฯลฯ แถมมีห้องสมุดบริการฟรีอีกต่างหาก มาทีไรเลยได้ไอเดียกลับไปเสมอ

ท้องฟ้าจำลอง (2)ท้องฟ้าจำลอง (3) ท้องฟ้าจำลอง (1)


ซาฟารี เวิลด์ : ค่าตั๋วค่อนข้างแพง ล่าสุดเกินครึ่งพัน แต่ต้องยอมรับครับว่าต้นทุนเขามหาศาล ในความรู้สึกผมซาฟารีเวิลด์เป็นที่ที่ดีในการเที่ยวปีละครั้งหรือสองปีครั้ง โชว์ต่างๆ ดูกี่ครั้งยังน่ารักน่า สวนสัตว์เปิดน่าสนใจ ไปตั้งแต่เช้าสวนเปิด ออกมาตอนสวนปิดยามเย็นเจ้าหน้าที่แทบต้องกราบเชิญให้กลับบ้าน หากอยากดูโชว์ครบทุกรายการอาจมีเวลาเดินชมพื้นที่อื่นๆ นิดเดียว ส่วนมากผมเลยเลือกชมแค่โชว์ที่อยากดู นก แมวน้ำ โลมา สามสามสี่โชว์ก็พอ จะได้เพิ่มเวลาเดินถ่ายรูปเล่นในโซนอื่นโดยเฉพาะสวนนกสวยๆ

ซาฟารี (1) ซาฟารี (3)ซาฟารี (2)


วัดพระแก้ว – พระบรมมหาราชวัง : คงไม่เว่อร์เกินไปหรอกนะหากบอกว่า วัดพระแก้วหรือชื่อเต็มแสนเสนาะหูว่าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ครูให้ท่องตั้งแต่เรียนประถมใช่ไหม) กับพระบรมมหาราชวัง คือไฮไลท์สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งหากคนไทยเรามองข้ามคงเสียดายแย่ ความสวยงามและสิ่งน่าสนใจคงไม่ต้องอธิบายให้มากความ รู้เพียงว่าไปเป็นสิบเป็นร้อยครั้งก็ยังมีอะไรให้ชื่นชมสม่ำเสมอ อย่าลืมแวะศาลาเครื่องราชอิสริยยศฯ ตรงทางเข้าวัดด้วยล่ะ ค่าเข้าชมสิบบาทเอง

วัดพระแก้ว (4) วัดพระแก้ว (3) วัดพระแก้ว (1)


วัดพระเชตุพนฯ : วัดซึ่งผมไปเยือนบ่อยที่สุดของที่สุด วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์ ทุกวันนี้ยังแวะเวียนไปเป็นประจำ ภายในวัดมีอะไรน่าสนใจเยอะแยะเต็มไปหมด พระพุทธเทวปฏิมากรในพระอุโบสถ พระนอนหรือพระพุทธไสยาส พระมหาเจดีย์สีรัชกาล พระยืนนับร้อยองค์รอบระเบียงพระมหาเจดีย์ พระพุทธรูปในวิหารทิศ ตุ๊กตาหินอับเฉา ฯลฯ สถาปัตยกรรมและประติมากรรมทั้งหมดเป็นแบบไทยผสมจีนดึงดูดใจให้ยกกล้องมาแช้ะภาพเหลือเกิน

วัดโพธิ์ (2) วัดโพธิ์ (1) วัดโพธิ์ (3)


วัดอรุณฯ : วัดอรุณราชวราราม หรือวัดแจ้ง โดดเด่นด้วยพระปรางค์สูงตระหง่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์พระปรางค์สูงใหญ่นี้เราเดินขึ้นไปชมได้นะ มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสวยมาก พลาดไม่ได้อีกอย่างคือการชมพระปรางค์จากฝากฝั่งพระนครหรือข้ามเรือมาท่าเตียนฝากวัดโพธิ์ ด้านข้างมีสวนสาธารณะนาคาภิรมย์ ช่างภาพทั้งมืออาชีพมือสมัครเล่นจะมารอถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกกับภาพพระปรางค์ฉาบฉายด้วยแสงไฟสปอตไลท์เต็มไปหมด

วัดอรุณ (2) วัดอรุณ (1) วัดอรุณ (3)


สวนสิริกิติ์ : สมัยวัยรุ่นเดินเล่นสวนรถไฟแล้วทะลุต่อเข้ามาสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เป็นครั้งแรกแล้วเกิดความรู้สึกอึ้ง… นี่มันสวนสวรรค์ชัดๆ บรรยากาศโรแมนติกหวานแหวว ไม่เพียงจัดสวนสวยที่สุด บรรยากาศดีที่สุด ยังมีพรรณไม้สวยที่สุดด้วย ช่วงหน้าร้อนนี่แหละงดงามนักเพราะหางนกยูงสีเหลืองสีแดงสดจะบานสะพรั่งเต็มไปหมด เหมาะกับการถ่ายภาพทุกประเภททั้งถ่ายดอกไม้ ถ่ายนก เดี๋ยวนี้กลายเป็นสวนยอดฮิตถ่ายภาพพอร์ตเทรตอีกด้วย วันเสาร์-อาทิตย์ นางแบบน่ารักๆ เดินกันให้ควั่ก

สวนสิริกิติ์ (1) สวนสิริกิติ์ (2) สวนสิริกิติ์ (3)


วัดสุทัศน์ฯ : หนึ่งในวัดที่ผมชอบไปถ่ายภาพเล่นแก้เบื่อ โดยเฉพาะบริเวณพระระเบียงรอบวิหารหลวง ประดิษฐานองค์พระสีทองบ้างสลับสีดำบ้าง ผนังพระระเบียงแผ่นปูนหลุดร่อนผุผังบางจุด มุมพระระเบียงทั้งสี่ทิศมีแสงเงาฉายลงพระพุทธรูปงดงาม เคยใช้เวลาอยู่ครึ่งวันเดินวนไปวนมาแถวพระระเบียงนี้แหละ อ้อ… จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถมีความลับซ่อนอยู่เป็นภาพเล่าถึงศาสนาคริสต์ตอนพระเยซูล้างเท้าให้แก่เหล่าลูกศิษย์ของพระองค์ อยู่ตรงไหนหาเอาครับ รับรองว่ามีแน่ไม่ขี้หก

วัดสุทัศน์-(1) วัดสุทัศน์ (2) วัดสุทัศน์ (3)


วัดสระเกศ : บอกชื่อวัดบางคนอาจงง แต่บอกว่านี่คือภูเขาทองยังไงก็ต้องร้องอ๋อ บันไดประมาณ 350 ขั้น ถึงยอดแล้วรับรองว่าจะเห็นมุมมองกรุงเทพกว้างไกล ที่นี่ไม่ได้มีดีเฉพาะภูเขาทอง ในวิหาร พระอุโบสถ ล้วนสวยงาม และทุกเทศกาลลอยกระทง คือก่อนลอยกระทงสี่วัน หลังลอยกระทงอีกสองวัน เขามีงานประจำปี เป็นช่วงเวลาพิเศษที่เราจะสามารถเดินขึ้นด้านบนยามค่ำคืน องค์พระบรมบรรพตหรือภูเขาทองจะได้รับการห่มคลุมด้วยผ้าแดง มีงานวัดยิ่งใหญ่ ถือเป็นงานวัดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองบางกอกแล้วล่ะ

วัดสระเกศ (2) วัดสระเกศ (4) วัดสระเกศ (3)


ตรอกข้าวสาร : ยามเกิดอารมณ์เปลี่ยวเหมือนอยากเที่ยวเมืองนอก ผมมาที่นี่แหละ… ตรอกข้าวสาร! เป็นสถานที่ดีพอสมควรเวลาอยากเปลี่ยนบรรยากาศหรือต้องการสัมผัสความคึกคักยามกลางคืนสักหน่อย เดินซื้อของกินจากรถเข็นอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างว่ากันไป ดูเหล่าฝรั่งหลากสไตล์มาเที่ยวเมืองไทยเพลินๆ เดินจากตรอกข้าวสารทะลุซอยรามบุตรี พออยากนั่งดริ๊งค์มักเลือกหาร้านแถวถนนพระอาทิตย์ เป็นวิถีที่ผมไม่สันทัดทว่าบางโอกาสก็อยากปลดปล่อยเหมือนกัน

ข้าวสาร (1) ข้าวสาร (2) ข้าวสาร (3)


มิวเซียมสยาม : ชื่อเต็มคือสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ เป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่น่าเที่ยวชมพอสมควร มีทั้งห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร เล่าเรื่องแผ่นดินไทยตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน และนิทรรศการหมุนเวียน กับนิทรรศการพิเศษอีกมากมายที่ผลัดกันมาให้ความรู้ความสนุกสนาน ตอกย้ำชัดเจนว่าการเรียนรู้คือความสนุกรูปแบบหนึ่ง มาเดินเล่นทวนความจำสักปีละครั้งหรือสองครั้งถือว่ากำลังดีนะ เดี๋ยวนี้หลังสี่โมงเย็นจนถึงหกโมงเย็นเปิดให้ชมฟรีอีกต่างหาก (ปกติค่าตั๋ว 100 บาท) แต่ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่

มิวเซียมสยาม (2) มิวเซียมสยาม (1) มิวเซียมสยาม (3)


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง

http://www.facebook.com/alifeatraveller

Back-Cover


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s